พบกับตัวอย่างพรีวิวดูหนังออนไลน์ฟรีใหม่

ดูหนังออนไลน์ฟรีใหม่


Saturday, April 20th, 2013

ผู้กำกับทารันติโน่ ใส่ใจกับการสร้างดาราในเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ ดาราดอกเตอร์คิงที่ถือว่าเป็นดาราลึกลับที่เราไม่รู้ที่มาที่ไป แต่ก็มีฉากที่ให้ได้เผยอารมณ์นึกคิดออกมาทางบทสนทนาที่มีต่อจังโก้ ที่ทำให้เรารู้ว่าแม้การทำงานเขาจะเป็นนักล่าค่าหัว แต่เลือดของเขายังมีไออุ่นอยู่ และดำรงสถานภาพที่มีต่อจังโก้ไม่ต่างจากพี่ชายในขณะที่ คริสตอปห์ วอลทซ์ มอบการแสดงอันยอดเยี่ยมที่ทำให้ตัวละครตัวนี้มีเสน่ห์มากๆ ในขณะที่หนังดำเนินไปก็ค่อยๆ สร้างจังโก้ให้เป็นบุรุษที่ร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ ทั้งความคิดและฝีมือ กับชะตาชีวิตของทาสอันน่าเห็นใจมาสู่การล้างบางนายทุนที่กระทำร้ายกาจต่อเขา ด้วยการแสดงที่่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันของเจมี่ ฟ็อกซ์ ทำให้ผู้ชมอดที่จะเอาใจช่วยเขาให้แก้แค้นสำเร็จไม่ได้ ซึ่งการสร้างปมต่างๆ ขึ้นมาในชีวิตของดาราเอกและทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกร่วมไปกับดาราใน เรื่อง นับเป็นความสำเร็จของผู้เขียนบทอย่างทารันติโน่อย่างแท้จริง นี่ยังไม่รวมถึงการขัดจังหวะบทตลกร้ายเข้าไปได้อย่างพอเหมาะพอดี ที่ช่วยเสริมให้ตำนานของ Django Unchained สนุกสนานมากยิ่งขึ้น

Django Unchained สั่งงานโดย เควนติน ทารันติโน่ ผู้กำกับสุดแนวที่ครั้งนี้เขารับหน้าที่เขียนบทเองอีกครา กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอเมริกาในช่วงปี 1858 ช่วงเวลาที่อเมริกาคุกรุ่นไปด้วยสงครามกลางเมือง การค้าทาส และการแบ่งแยกชาติชั้น เล่าเรื่องราวของทาสนาม จังโก้ (เจมี่ ฟ็อกซ์) ที่ได้รับการช่วยเหลือจากนักล่าค่าหัวให้ช่วยชี้ตัวคนที่ถูกต้องตามหมายจับ เพื่อจะได้ปลิดชีพไม่พลาด! แต่ด้วยลักษณะพิเศษของจังโก้ทำให้ได้รับการฝึกฝีมือจนแกร่งกล้า จนกลายสภาพเป็นเพื่อนเกลอนักล่าค่าหัว และยังได้โคจรไปแคนดี้แลนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมทารุณเพื่อ ช่วยเหลือภรรยาของเขา ถึงแม้ชื่อเรื่องจะมีชื่อ Django และมีพระเอกชื่อจังโก้ แต่ว่าการมีดารานักล่าค่าหัวนาม ดอกเตอร์คิง ชุลซ์ ที่รับโดย คริสตอปห์ วอลทซ์ ทำให้ภาพรวมของหนังกลายสภาพเป็นหนังคู่หูบุกตะลุยไล่เก็บผู้ต้องหาตามหมายจับไปเรื่อยๆ โดยเป้าหมายสุดท้ายอยู่ในแคนดี้แลนด์

Saturday, April 20th, 2013

เหตุการณ์ที่อ้างว่าสร้างโดยอิงมาจากเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน (เช่นเดิม) ซึ่งดูจะเป็นเทรนด์ของหนังแนวนี้ในช่วงหลัง ด้วยเหตุผลทางการตลาดในการสร้างความน่าไว้วางใจและเป็นจุดขายหนึ่งที่ดึง ความสนใจจากผู้ดู ที่อาจจะเบื่อกับบทหนังระทึกขวัญที่จัดทำขึ้นมาและไม่ได้เพิ่มพูนไปไหนไกล แต่นั่นก็ไม่ได้หมายถึง การอ้างอิงว่ามาจากเรื่องจริงแล้วจะทำให้ทุกอย่างออกมาดูดีกว่าเดิม เพราะเอาเข้าจริงมันก็แค่การหลุดออกจากกรอบความคิดหนึ่งมาอยู่ในอีกกรอบความ คิดหนึ่งและดูจะเป็นกรอบที่ค่อนข้างแคบกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะจะใส่อะไรที่มันเกินเรื่องราวที่นำมาอ้างอิงก็คงจะไม่งามสักเท่าไหร่ และจะว่าไปเรื่องราวใน The Hunting in Connecticut 2: Ghost of Georgia ก็เป็นไปตามสูตรของหนังแนวระทึกขวัญที่มีเรื่องของผีเข้าไปเกี่ยวข้อง เมื่อครอบครัวหนึ่งได้เข้าไปอยู่อาศัยในบ้านกลางป่า ที่คนในครอบครัวมีสัมผัสพิเศษในการสื่อสารกับวิญญาณได้ เมื่อพวกเขาทราบว่าบ้านและบริเวณบ้านที่พวกเขาอยู่อาศัยอยู่เป็นที่หลบซ่อนตัว ของเหล่าทาสที่หลบลี้หนีหายการตามล่าในยุคอดีต และนั่นจึงเป็นที่มาของความหลอกหลอนปนระทึกขวัญในเรื่อง ที่ผลลัพธ์ของเรื่องอาจไม่ใช่อย่างที่คิด

นอกจากเรื่องจะเป็นไปตามสูตรแล้ววิธีการมุ่งเสนอก็ตามสูตรไม่แตกต่างกัน และนี่คือกรอบที่ผู้สร้างหนังประเภทนี้ยังหาทางปลดแอกออกมาไม่ได้ กับการใช้ภาพ ความมืด ดนตรีประกอบ มาเป็นตัวบิวด์อารมณ์ระทึกขวัญแก่ผู้คน การดำเนินเรื่องแบบล่อหลอกให้จับทางไม่ได้ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความมุ่งมั่นที่ดีเท่านั้น หนังดูจะเร่งรีบในการให้ข้อมูลแก่ผู้ชมและพลักเรื่องให้เดินไปข้างหน้าเร็ว เกินควร จนทำให้รู้สึกว่าเราเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์เท่านั้น ไม่เกิดความรู้สึกผูกพันกับผู้แสดงที่จะคอยเอาใจช่วยให้พวกเขาแก้ปริศนาได้ แต่หนังก็ทำได้ดีในส่วนของที่มาของฉากตื่นเต้น ที่นำประเด็นเรื่องของสัมผัสพิเศษมาใช้ให้เกิดอรรถประโยชน์ ทำให้หนังมีเหตุผลของที่มาที่ไปพอเพียงในการมาซึ่งฉากระทีกขวัญต่างๆ ทั้งน้าสาวที่รู้ว่าตัวเองมีความเลิศและนำไปใช้ กับลูกสาวที่เริ่มรู้ว่าตัวเองมีสัมผัสเลิศและอยู่ในระหว่างการเรียนรู้ และแม่ผู้ปิดกั้นสัมผัสและต่อต้านมัน ที่ทั้ง 3 เป็นตัวแทนของ การยอมรับความเป็นจริงและอยู่ร่วมกับมันให้ได้

Saturday, April 20th, 2013

ซึ่งใน The Last Stand ถ้าให้พูดตรงใจความสำคัญจริงๆเลยคือ ตัวภาพยนตร์ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าภาพยนตร์การต่อสู้ดาดๆ เกลื่อนตลาดทั่วไป เรื่องนึงเลยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านตัวบท ที่ออกมาแสนธรรมดา แต่นั่นก็ดูเหมือนจะเป็นวิถีทางของผู้กำกับหนังที่พยายามจะให้ตัวหนังเป็นไป ด้วยการพยายามให้โทนของตัวภาพยนตร์ตลอดเรื่องอยู่ในอารมณ์ประมาณภาพยนตร์แอ็คชั่นยุค 80 และ 90 ในสมัยที่พระเอก อาร์โนลด์ และ ผองเพื่อน กำลังโด่งดัง แถมเติมผสมผสานกลิ่นของความเป็น คาวบอย ตะวันตก เข้าไปอยู่มากในระดับนึง และผลลัพธุ์ที่ได้ออกมาของตัวภาพยนตร์คือ มันทำให้คนที่เคยหลงเสน่ห์หนังแอ็คชั่นในสมัยที่กล่าวไปข้างต้น จะรู้สึกสนุก และ มันส์ ได้โดยถ้าหากคุณเคยรับชมภาพยนตร์ของ อาร์โนลด์ จำพวก Commando , True Lies หรือแม้แต่ Eraser ก็ขอให้ลองนึกถึงฉากแอ็คชั่นเหล่านั่น และเพิ่มเติมความสดใหม่ของฉากการต่อสู้สมัยนี้สไตล์ The Fast and the Furious โดยเพิ่มเติมกลิ่นความเป็นคาวบอยจากหนังของ คลินท์ อีสต์วู้ด ลงไป คุณก็จะได้อารมณ์ความสนุกแบบที่ The Last Stand กำลังมอบให้ผู้ชม โดยอย่างที่บอกไปแล้วว่าในด้านของตัวบท และ ฉากการต่อสู้ อาจจะไม่ได้ออกมาลึกลับซับซ้อน หรือว่า น่าทึ่ง อะไรมากมาย แถมหนำซ้ำอาจจะทำให้นักดูภาพยนตร์รุ่นใหม่ในสมัยนี้รู้สึกว่ามัน เชย และ ไม่มีอะไรแปลกใหม่มานำเสนอ ไม่เหมือนหนังการต่อสู้สมัยนี้เขาทำกัน แต่ถ้าหากใครที่เป็นแฟนหนังของ อาร์โนลด์ ในสมัยเก่าแล้วจะสัมผัสได้เลยว่า นี่แหละ คือการหวนคืนมาที่สมศักดิ์ศรี ของพระเอกนักบู๊ชั่วนิรันดร์เลยก็ว่าได้

เมืองโซเมอร์ตัน เมืองเล็กๆที่อยู่แถบแนวพรมแดนแต่ในขณะที่ทุกๆอย่างในชีวิตของ เรย์ ดูเหมือนจะไปได้ดี สันติภาพก็ถูกทำลายลงอีกครา เมื่อ กาเบรียล คอร์เตส ผู้สั่งการแก๊งค้ายารายใหญ่หลบหนีออกมาจากคุกพร้อมตัวประกัน และก็กาลังมุ่งหน้ามายังเมืองโซเมอร์ตัน ที่เป็นทางผ่านในการหลบหนีข้ามประเทศ เรย์ จึงปลงใจลุกขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นปราการด่านสุดท้ายให้จงได้ ก่อนที่มันจะผ่านเขาไปแบบไม่ตั้งตัว The Last Stand ผลงานการควบคุมของ คิมจีวุน ผู้กำกับหนังชาวเกาหลี ที่เรื่องนี่เป็นผลงานการโกอินเตอร์ชิ้นแรกของผู้กำกับหนัง ที่บ้านเราคงจะรู้จักผู้กำกับหนังคนนี้ก็จากเรื่อง A Tale of Two Sisters หรือ ตู้ซ่อนผี ส่วนใครที่เป็นขาท่องโลกอินเตอร์เน็ตหน่อย ก็อาจจะรู้จัก และ ติดอกติดใจผู้กำกับหนังคนนี้ มาจากภาพยนตร์ล้างแค้นระห่ำอย่าง I Saw the Devil ที่ในผลงานโกอินเตอร์ชิ้นแรกของผู้กำกับหนัง ก็เรียกได้ว่าเป็นคนที่เปลี่ยนแนวไปเรื่อยๆเลยจริงๆ เพราะในผลงานชิ้นใหม่นี่ เขาได้เลือกทำเป็นภาพยนตร์แนว การต่อสู้ เต็มตัว หลังจากมีทั้ง ทริลเลอร์ , ตลก , สยองขวัญ และ ผจญภัย มาแล้ว ซึ่งเหตุผลที่ผู้กำกับหนัง คิมจีวุน แกเลือกทำในแนวการต่อสู้ดาดๆแบบนี้เป็นเพราะสมัยก่อนตัวผู้กำกับหนังเองนั่น ชื่นชอบหนังแนว คาวบอย ตะวันตก เป็นอย่างมาก กับการที่เห็นได้จากลีลาการกำกับใน The Good, Bad